logo
logo

ความเป็นมา

2447 สยามสมาคมฯตั้งขึ้นในปี 2447 โดยนักวิชาการไทยและต่างประเทศ ไม่นานก็สร้างชื่อทางวิชาการ มีนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดีที่โด่งดังในขณะนั้นเป็นสมาชิก

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร (ต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว) ทรงเป็นองค์อุปถัมภก สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ นักวิชาการชั้นนำ นายกหอสมุดวชิรญาณในขณะนั้น ดำรงตำแหน่งองค์อนูปถัมภก เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) เป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์คนแรก ในฐานะผู้มีเกียรติคุณความดีทางวรรณคดีและวิทยาศาสตร์ ท่านได้เปิดห้องสมุดส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบให้สมาชิกใช้ด้วย

สมาคมอื่นๆในโลกได้ให้การสนับสนุนสมาคมตั้งแต่แรกเริ่ม เช่น สำนักศึกษาฝรั่งเศสแห่งตะวันออกไกล สมาคมศิลปและวิทยาศาสตร์แห่งปัตตาเวีย สมาคมรอแยลเอซียติค สมาคมเอเซียติก้าอีตัลเลียน่า หนังสือและวารสารของสมาคมเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของหนังสือห้องในสมุดของสมาคมเมื่อแรกเริ่ม

ด้วยวัตถุประสงค์คงเดิม สมาคมประสงค์จะส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้าเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับศิลป ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติของประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง


2465หลังจากก่อตั้งมา 18 ปี สมาคมสามารถเช่าที่ทำการเป็นของตนเองเป็นครั้งแรกที่ ชั้น 1 ของอาคาร Falck & Beidek ในตรอกธนาคารชาร์เตอร์


2467“วิชชายังให้เกิดมิตรภาพ” เป็นคติพจน์ที่สมาคมนำมาใช้ เพื่อเป็นสื่อว่า ด้วยจุดประสงค์ที่จะแสวงหาวิชาร่วมกัน  มิตรภาพของชนชาติจึงเกิดขึ้น

019

อาคารหลังแรกของสยามสมาตมฯ ประมาณปี 2474


2475สมาคมสร้างอาคารหอประชุมพร้อมเวทีเป็นของตนเองขึ้นครั้งแรก ณ ที่ตั้งในปัจจุบันที่ถนนอโศกมนตรี ทำให้สมาคมได้บริการด้านห้องสมุดที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นาย เออี นานา เป็นผู้บริจาคที่ดินให้สมาคม

king

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ทรงรับมอบแผนที่โบราณจากคณะกรรมการสมาคม


2505สมาคมได้สร้างห้องสมุดและสำนักงานขึ้นใหม่ ในวันเปิดอาคารใหม่ พระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์และพระราชินี 3 พระองค์ ทั้งของไทยและของเดนมาร์ก เสด็จฯ เปิดอาคาร นับเป็นความสำเร็จและสมบูรณ์ยิ่ง


2506สมาคมได้รับ “เรือนคำเที่ยง” จากครอบครัว นิมมานเหมินท์ จากเชียงใหม่ เป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมล้านนา ที่สำคัญ นำมาสร้างใหม่ในสมาคมเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ชาติพันธุ์วิทยา เปิดให้สารณะชนเข้าชมได้


2531ในโอกาสครบรอบ 84 ปี สมาคมได้รับเรือนไทยสร้างด้วยไม้สักจาก คุณลัดดา  รัตตกสิกร มาปลูกในสมาคม เพื่อเป็นที่ระลึกแด่ อาจารย์ แสงอรุณ รัตตกสิกร สามีผู้วายชนม์  และใช้ชื่อเป็นชื่อเรือน เป็นตัวอย่างของเรือนไทยภาคกลางที่งดงาม สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  องค์นายกกิตติมศักดิ์ มีพระมหากรุณาเสด็จฯเปิดเรือน เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2531

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สมาคมสร้างความสำเร็จใน ความร่วมมือทางวิชาการร่วมกับองค์กรอื่นๆทั้งใน ประเทศและต่างประเทศและองค์กรเอกชน จัดการประชุมระดับนานาชาติ เรื่องวัฒนธรรมและส่งแวดล้อมในประเทศไทย  ในปี 2530 และปี 2535  ต่อมาด้วยความร่วมมือของ มูลนิธิเอเซีย และสถาบันเก็ตตี้ คอนเซอร์เวชั่น สมาคมได้จัดประชุมเรื่อง “อนาคตของอดีตในเอเซีย ในปี 2538  อีกด้วย

Queen

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา

กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เสด็จฯ ฟังการบรรยายที่สมาคม


2540สมาคมฯ ร่วมกับคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดสัมมนาและนิทรรศการในเรื่องภายในและความสัมพันธ์กับนานาประเทศเรื่อง “100 ปี เสด็จฯประพาศยุโรป ในรัชกาลที่ 5 (2440-2540) ซึ่งเป็นวาระที่สำคัญ

อาคารเฉลิมพระเกียรติสร้างขึ้นในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครองราชย์ครบ 50 ปี สมาคมใช้อาคารนี้เป็นห้องสมุด ห้องนิทรรศการ ห้องประชุมและจัดกิจกรรม ตลอดจนเป็นสำนักงาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จแทนพระองค์เพื่อเปิดอาคาร เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2541


2545สมาคมสถาปนิกสยามในองค์อุปถัมภก ได้มอบเกียรติบัตรรางวัลให้แก่สยามสมาคมฯ ในฐานะเป็นองค์กรที่อนุรักษ์ดีเด่น เสนอให้อาคาร หอประชุม เรือนคำเที่ยง และเรือนแสงอรุณ ของสมาคมเป็นอาคารอนุรักษ์ดีเด่นประจำปี 2544

ปัจจุบันสมาคมมีสมาชิก ประมาณ 1,800 คน ประกอบด้วยชาวไทยและชาวต่างประเทศ สมาคมยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้มายาวนาน นั่นคือศึกษา ค้นคว้าเผยแพร่ ศิลปะและวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงมิเปลี่ยนแปลง