logo
logo

Study Trip

ศึกษาสัญจร “พิทักษ์มรดกสยาม” โดยสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ

มรดกภูมิปัญญาชาวบ้าน รักษาทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรม จากเนินมะปราง (พิษณุโลก) ถึงแม่สอด (ตาก)

วันศุกร์ที่ 23 – วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2561
นำโดย: ดร.วีระชัย ณ นคร, อุปนายกและหัวหน้าแผนกกิตติมศักดิ์ของวิชาธรรมชาติวิทยา สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์, ดร.พงษ์สวัสดิ์ อักษรสวาสดิ์, ที่ปรึกษาด้านกฎหมายมรดกวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม แผนกพิทักษ์มรดกสยาม สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ศิลปะและวัฒนธรรมเมืองเก่า (จังหวัดตาก)

Trip will be conducted in Thai, but non-Thai  speaking participants are welcome

 

ภาพทิวทัศน์ที่บ้าน©  FB: ที่นี่ อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก

 

On this cultural and nature trip, members will visit small villages located among limestone hills in Noen Maprang, Phitsanulok province, and continue on to visit several heritage sites in the old town of Muang Tak. Apart from visiting renowned temples, members will explore “Trok Baan Chin” an old Chinese community, visit some extraordinary houses and see local people’s way of life. Continuing on to Mae Sod district, members will visit an awarded community forest which has been revived and preserved by villagers’ tradition and knowledge together with local authority. Before leaving Tak, members will visit Wat Phra That Doi Hin Kiu, the temple that is respected by both Thailand and Myanmar side. From the temple, members will enjoy a great view of Mae Sod district.

การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม บางครั้งมีความเชื่อมโยงต่อกันอย่างแนบแน่น ไม่อาจแยกขาดจากกันได้ เส้นทางศึกษาสัญจรที่ “พิทักษ์มรดกสยาม”
ขอนำเสนอครั้งนี้ เป็นเส้นทางเชื่อมร้อยเรื่องราวที่หลากหลายไว้ด้วยกัน ทั้งเรื่องของประวัติศาสตร์ธรรมชาติ การอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมเมืองเก่า มรดกภูมิปัญญาของชาวบ้านในการรักษาป่าต้นน้ำ และพึ่งพาอาศัยทรัพยากรธรรมชาติอย่างพอเพียงและยั่งยืน

“อำเภอเนินมะปราง” เดิมชื่อบ้านเนินมะปราง ลักษณะภูมิประเทศประมาณร้อยละ 45 เป็นภูเขาหินปูนอายุกว่า 300 ล้านปี มีถ้ำที่ปรากฎร่องรอยพืชและสัตว์ทะเลให้เห็นชัดเจน ทำให้รู้ว่าในยุคหนึ่งนานมาแล้ว บริเวณนี้เคยเป็นทะเล ความที่เนินมะปรางมีเขาหินสลับซับซ้อน จึงมีประวัติศาสตร์ศาสตร์เล่าขานว่า ครั้งหนึ่ง เคยเป็นที่หลบซ่อนของผู้ลี้ภัยการเมือง คณะสมาชิกจะเดินสำรวจธรรมชาติที่ “บ้านมุง” และ“บ้านรักไทย” ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆในอำเภอเนินมะปราง ตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและธรรมชาติที่สงบงามและยังสมบูรณ์ มีวิวทิวเขาสลับกับสวนและไร่นาของชาวบ้าน

“เมืองตาก หรือ เมืองระแหง” เมืองนี้มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ชาติไทย มาแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี โดยเป็นเมืองหน้าด่านทางด้านทิศตะวันตก เป็นสถานที่ที่ทำยุทธหัตถีระหว่างพ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ปฐมกษัตริย์ของไทยสมัยสุโขทัย กับขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด (เมืองที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของจังหวัดตากในปัจจุบัน) ต่อมาในสมัยอยุธยา เมืองตากถือเป็นเมืองที่ทางกรุงศรีอยุธยาจะส่งข้าราชการมาปกครอง เพราะเป็นเมืองภายใต้การปกครองของอยุธยา ด้านทิศเหนือที่อยู่ติดกับราชอาณาจักรล้านนา (ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่) เมืองตากหรือเมืองระแหงเดิมนี้ มีความเกี่ยวข้องเป็นอย่างมากกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อครั้งที่เคยรับราชการเป็นหลวงยกกระบัตรเมืองตาก ปลัดเมืองตาก และพระยาตาก ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองตาก หรือ เจ้าเมืองระแหง ในช่วงปลายสมัยอยุธยาก่อนเสียกรุงครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2310 ขณะรับราชการเป็นพระยาตากที่เมืองระแหง ได้เคยอฐิษฐานกับระฆังแก้วเสี่ยงทาย ณ “วัดดอยข่อยเขาแก้ว” และทรงคุ้นเคยกับพระสงฆ์ที่วัดแห่งนี้ โดยมีหลักฐานว่าเมื่อคราวเสด็จนำทัพมาปราบชุมนุมในภาคเหนือ ทรงเสด็จมาที่วัดแห่งนี้และมีรับสั่งกับพระสงฆ์ว่า จำพระองค์เมื่อครั้งยังเป็นพระยาตากได้หรือไม่ ปัจจุบันวัดแห่งนี้ไม่มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาแล้ว โดยกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานตามกฎหมาย ประชาชนและชุมชนโดยรอบวัดได้เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัดแห่งนี้ด้วย นอกจากนี้ในบริเวณดังกล่าวยังพบหลักฐานทางโบราณคดีว่าเป็นที่อยู่อาศัยของคนตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ “วัดมณีบรรพตวรวิหาร” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดเขาแก้ว” ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิด วรวิหาร ตั้งอยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดตาก พื้นที่ตั้งวัดมีลักษณะเป็นภูเขาเตี้ยๆ สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปแสนทอง “หลวงพ่อแสนทอง” หรือ “หลวงพ่อแสนหลวง” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยเชียงแสน เป็นพระพุทธรรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองตาก ที่วัดนี้จะได้ชมหอพระไตรปิฎกกลางสระน้ำ สร้างด้วยลวดลายและเค้าโครงต่างๆ เช่น ลายอาทิตย์ชักรถบนหน้าบัน ซึ่งแตกต่างไปจากลายล้านนา-พม่าที่นิยมในแถบภาคเหนือ ผนังของห้องด้านในเขียนภาพจิตรกรรมด้วยสีฝุ่นเป็นภาพพระพุทธประวัติ ซึ่งปัจจุบัน วัด ประชาชนและชุมชน ได้ร่วมกับกรมศิลปากรบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่แล้ว

นอกจากชมโบราณสถานแล้ว สมาชิกจะได้เดินชมบ้านเมือง ชมสถาปัตยกรรมท้องถิ่นและวิถีชีวิตของคนเมืองตาก เช่น ชุมชนตรอกบ้านจีน ซึ่งเป็นชุมชนการค้าเก่าที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น และมีความเจริญรุ่งเรืองในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ได้ซบเซาลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในละแวกชุมชนแห่งนี้ยังมี วัดที่สำคัญๆ ศาลเจ้า และอาคารประวัติศาสตร์ให้ชมอีกหลายหลัง โดยเฉพาะจวนผู้ว่าเก่าซึ่งเป็นเรือนไม่สักทั้งหลังอายุประมาณ 138 ปี เป็นบ้านพักเดิมของคุณพระเชียงทอง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดตาก ซึ่งได้ยกจวนหลังนี้ให้แก่ทางราชการในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ถูกนำมาใช้เป็นจวนผู้ว่าราชการเมืองตากคนแรก คือ พระยาสุจริตรักษา (อ่วม) มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2425 จนถึงปี พ.ศ. 2540 เคยเป็นที่ประทับแรมในการเสด็จเยือนเมืองตากของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9  และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เมื่อปี พ.ศ. 2503 ปัจจุบันกองการศึกษา เทศบาลเมืองตาก ได้จัดให้เป็นพิพิธภัณฑ์พื้นถิ่นจังหวัดตาก

ที่แม่สอด ท่านจะได้เข้าชมป่าชุมชนแม่กึ๊ดหลวง ตำบลแม่กาษา มีเนื้อที่กว่า 5,200 ไร่ ซึ่งชาวบ้านใช้ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและความรู้ทางด้านธรรมชาติ พลิกฟื้นป่าเสื่อมโทรม ให้กลับมาเป็นป่าต้นน้ำอันอุดมสมบูรณ์ คอยดูแลรักษาและพึ่งพาอาศัยป่าในการดำรงชีวิตอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยและยั่งยืน จนได้รับรางวัลป่าชุมชนชนะเลิศระดับประเทศ ประจำปี พ.ศ. 2557  ก่อนเดินทางกลับ แวะไปสักการะพระธาตุดอยหินกิ่ว สถานที่อันเป็นที่เคารพบูชาของคนทั้งในฝั่งไทยและพม่า องค์พระธาตุตั้งอยู่บนชะง่อนผาสูง โดยมีหินก้อนใหญ่บนหน้าผา ซึ่งชาวบ้านต่างพากันขนานนามว่า “เจดีย์หินพระอินทร์แขวน”บริเวณวัดพระธาตุฯ ยังมีเรือโบราณที่มีอายุประมาณ 200 ปี โดยชาวบ้านวังตะเคียนได้ช่วยกันกู้ขึ้นมาเก็บรักษาไว้  เมื่อมองลงมาจากองค์พระธาตุจะเห็นทิวทัศน์ที่งดงามของอำเภอแม่สอด

 

กำหนดการ:

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน

5:00 น. พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง
6:30 น. เดินทางออกจากสนามบินดอนเมือง ไปยังพิษณุโลก ด้วยสายการบินนกแอร์ DD8400
7:20 น. ถึงสนามบินพิษณุโลก
8:00 น. แวะรับประทานอาหารเช้า
9:00 น. ออกเดินทางไปยังบ้านมุง อำเภอเนินมะปราง
10:30-12:00 น. เดินชมทัศนียภาพเขาหินปูนที่บ้านมุง
12:00–13:00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่บ้านมุง
13:30–14:30 น. ชมถ้ำหินปูน ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาพล อำเภอเนินมะปราง
15:30–16:30 น. ชมหมู่บ้านรักไทย เกษตรกรพึ่งตนเอง
18:30 น. รับประทานอาหารเย็นที่บ้านคุณพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ นายกสยามสมาคมฯ
20:30 น. เดินไปยังที่พักที่โรงแรม Yodia Heritage Hotel

วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน

07:00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
8:00 น. เดินทางออกจากพิษณุโลก (เมืองสองแคว) ไปยังเมืองตาก (บ้านระแหง)
10:30 น. ถึงเมืองตากฝั่งตะวันออก (บ้านระแหง) ชมหอไตรกลางน้ำ วัดเขาแก้ว (วัดมณีบรรพตวรวิหาร)
เข้าสักการะอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน
(บนเขาสิทธิ์) แล้วเดินทางข้ามแม่น้ำปิงไปยังชุมชนบ้านป่ามะม่วง (ตากตก) ชมการอนุรักษ์วัดโบราณโดยชุมชนที่วัดดอยข่อยเขาแก้ว (วัดที่เกี่ยวข้องกับพระเจ้าตากสิน)
12:00 น. รับประทานอาหารกลางวันในอำเภอเมืองตาก
13:30 น. ชมมรดกวัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่นในอำเภอเมืองตาก อาทิ ชุมชนตรอกบ้านจีน

บ้านขุนวัชรพุกก์ศึกษากร บ้านนายทองอยู่ ศาลเจ้าปึงเถ่ากง ศาลเจ้าแห่งแรกในเมืองระแหง ชมวัดสีตลาราม (วัดน้ำหัก) มีสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรป พิพิธภัณฑ์เมืองเฉลิมพระเกียรติ (จวนผู้ว่าเก่า) ตลาดสดโบราณชุมชนบ้านเชียงทอง

15:00 น. เดินทางออกจากอำเภอเมืองตาก ไปยังอำเภอแม่สอด แวะชมตลาดดอยมูเซอ (สินค้าของชาวไทยภูเขา) สักการะอนุสาวรีย์พะวอ ที่ศาลเจ้าพระวอ และศาลเจ้าขุนสามชน (เจ้าเมืองฉอด) ก่อนเข้าอำเภอแม่สอด
18:00 น. เข้าพักที่โรงแรม Centara Mae Sot Hill Resort
19:00 น. รับประทานอาหารเย็นที่ร้านอาหารขึ้นชื่อในอำเภอแม่สอด

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน

07:00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
08:00 น. เช็คเอาท์จากโรงแรม
08:30 น. เข้าป่าชุมชนแม่กึ๊ดหลวง ตำบลแม่กาษา เดินชมป่าต้นน้ำที่ชาวบ้านช่วยกันฟื้นฟู และอนุรักษ์ไว้ ด้วยภูมิปัญญาและกติกาของชุมชนร่วมกับทางราชการ
12:00-13:00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
14:00–15:30 น. ชมพระธาตุดอยหินกิ่ว ตำบลท่าสายลวด โดยเส้นทางแม่สอด-แม่ระมาด (เดินขึ้นบันได 400 ขั้น)
16:00 น. พร้อมกันที่สนามบินแม่สอด
17:55 น. เดินทางออกจากอำเภอแม่สอดกลับสู่กรุงเทพฯ ด้วยสายการบินนกแอร์ DD 8127
19:20 น. ถึงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ

สยามสมาคมฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการตามความเหมาะสม

ค่าใช้จ่ายสำหรับสมาชิกสยามสมาคมฯ 16,000 บาท และสำหรับบุคคลทั่วไป 16,500 บาท (หากต้องการห้องพักเดี่ยว มีค่าใช้จ่ายเพิ่มท่านละ 2,050 บาท) ค่าใช้จ่ายนี้รวมค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ค่าที่พัก 2 คืน ค่าอาหารตามกำหนดการ (หมายเหตุ: ไม่รวมอาหารเย็นวันเดินทางกลับจากแม่สอด) ของว่างและเครื่องดื่ม ค่าบำรุงโบราณสถาน ค่าสนับสนุนชุมชนที่จะเข้าชม และค่าดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาสัญจรครั้งนี้

ติดต่อสำรองที่นั่งหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณจารุณีและคุณศุภณัฐ โทร. 02–6616470-3 ต่อ 204 หรือ 506 อีเมล jarunee@siam-society.org กรุณายืนยันการสำรองที่นั่งโดยชำระเงินสดที่สยามสมาคมในพระบรมราชูปภัมถ์ หรือโอนเงินผ่านธนาคารทหารไทย สาขาอโศก ชื่อบัญชี สยามสมาคม หมายเลข 053-2-18000-7 (ในกรณีที่ชำระด้วยบัตรเครดิต จะบวกค่าธรรมเนียมเพิ่ม 4%) ภายในวันศุกร์ที่ 28 กันยายนนี้ โปรดส่งหลักฐานการชำระเงินทางอีเมลหรือโทรสาร 02-2583491 พร้อมระบุชื่อ-นามสกุล และหมายเลขติดต่อ สยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดทำการวันอังคาร–วันเสาร์ เวลา 09.00–17.00 น. (เว้นวันหยุดราชการ)

 

 

The Siam Society reserves the right to change the programme as necessary. Seats are limited. Please book your place as soon as possible. For further information and bookings please contact Khun Prasert or Khun Supanut.